ข้อมูลงานวิจัย
 
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาทรัพย์สินทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติ
ชื่อโครงการ (ภาษาภาษาอังกฤษ) : Development of Intellectual and Biological Resource Assets
ปีงบประมาณที่เสนอขอ : 2553
ยุทธศาสตร์ :
แผนงาน :
คำสำคัญ (Keywords) : ทรัพย์สินทางภูมิปัญญา, ทรัพย์สินทางชีวภาพ, การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ, ชุมชนบนพื้นที่สูง
ระยะเวลาดำเนินโครงการ : 1 ตุลาคม 2010  ถึง 30 กันยายน 2011
สถานะ : เสร็จสิ้นงานวิจัย
งบประมาณทั้งโครงการ : 1,500,000.00 บาท
เงินสนับสนุนโครงการ : -
 
พื้นที่ดำเนินการ : 1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม
2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง
3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า
4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางดะ
5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย
6. ลุ่มน้ำปิงตอนบน บ้านปางแดงใน
7. ลุ่มน้ำปิงตอนบน บ้านปางมะโอ
8. ลุ่มน้ำปิงตอนบน บ้านห้วยเป้า
9. ป่าแป๋
10. โป่งคำ
11. สะเนียน
 
บทคัดย่อ(ภาษาไทย) : โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาทรัพย์สินทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนบนพื้นที่สูง ได้ทำการศึกษาเพื่อสำรวจและจัดกลุ่ม/หมวดหมู่แหล่งทรัพย์สินทางภูมิปัญญาและทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่โครงการหลวงและโครงการขยายผลโครงการหลวงจังหวัดเชียงใหม่ และ น่านพร้อมเสนอแนะแนวทางการพัฒนาในแต่ละแหล่งทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรชีวภาพแต่ละประเภท
โดยพื้นที่เป้าหมาย 11 แห่งได้รับการคัดเลือกจากการมีศักยภาพสำหรับพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ได้แก่ โครงการหลวงปางดะ แม่ลาน้อย ปังค่า พระบาทห้วยต้ม และ ป่าเมี่ยง ส่วนโครงการขยายผลโครงการหลวง ได้แก่ ปางมะโอ ห้วยเป้า ปางแดงใน ป่าแป๋ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการขยายผลโครงการหลวงสะเนียนและโป่งคำ จังหวัดน่าน
ในการดำเนินงานทางโครงการได้ทำการทบทวนวรรณกรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรชีวภาพ การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตามกลุ่มทรัพยากร นักวิชาการพาณิชย์จังหวัด ผู้มีประสบการณ์ในการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิชาการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และการประชุมสามฝ่ายในพื้นที่ซึ่งได้รับการคัดเลือก เพื่อให้ได้แนวทางการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรชีวภาพที่มีความถูกต้องและเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งผลสรุปในแนวทางการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรชีวภาพ ตามหมวดหมู่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จำแนกไว้ พบว่า แหล่งทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพในการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ กาแฟเทพเสด็จ เครื่องเงินพระบาทห้วยต้ม ผ้าทอขนแกะบ้านห้วยห้อม การจดลิขสิทธิ์ลวดลายที่คิดค้นใหม่ ของผ้าปักเมี่ยนปังค่า ในส่วนขององค์ความรู้ด้านสมุนไพร ตำรายาสมุนไพร บ้านโป่งคำบ้านปางมะกล้วย และบ้านแม่สาบเหนือ พืชสมุนไพรหายาก พื้นที่ที่ต้องการอนุรักษ์สมุนไพรที่บ้านปางมะโอ และบ้านปางมะกล้วย สามารถขอรับความคุ้มครองตาม
พรบ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ได้ ด้านงานหัตถกรรมประเภท
ผ้าทอในหลายพื้นที่ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ได้แก่ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติบ้านดง บ้านปางแดงใน บ้านโป่งคำ สามารถเพิ่มมูลค่าโดยการให้ความหมายกับลวดลาย การเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนในอนาคต นอกจากนี้ยังพบองค์ความรู้ท้องถิ่นด้านตำรับอาหาร ได้แก่ น้ำพริกคั่วทราย น้ำตาลอ้อยอินทรีย์ ที่เพิ่มมูลค่าด้วยการเพิ่มความหลากหลายให้ผลิตภัณฑ์
การบรรจุภัณฑ์โดยวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น
ส่วนการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของแหล่งทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรชีวภาพ ได้อาศัยแนวคิดการประเมินมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยในการประเมินมูลค่าทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน พบว่าทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภทมีมูลค่ามากกว่าราคาตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก
บทคัดย่อ(ภาษาอังกฤษ) :
ความเป็นมาโดยสรุป : จากโครงการศึกษามูลเหตุความยากจนของชาวเขาและความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา (2551) ในพื้นที่สูงของประเทศไทย ซึ่งเป็นการศึกษาเพื่อรวบรวมลักษณะปัญหาที่แท้จริง ระดับความรุนแรงและปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความยากจนของชาวเขา เพื่อสังเคราะห์มูลเหตุความยากจนและโอกาสพัฒนาสู่ความเป็นชุมชนอยู่ดีมีสุข โดยเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ให้พึ่งพาตนเองได้ โดยได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาชุมชนยากจนไปในทิศทางเชื่อมโยงสอดคล้องกับแนวยุทธศาสตร์ของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) ซึ่งผลการศึกษาที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณตามหลักการเศรษฐมิติร่วมกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของกลุ่มประชากร 5 ชาติพันธุ์หลักที่มีระดับความยากจนสูง 360 ครัวเรือนนั้น พบว่า มี 3 ตัวแปรอิสระที่สามารถเป็นเหตุผลหลักของความยากจน คือ ขนาดพื้นที่ทำกิน จำนวนปีที่เรียนสูงสุดของสมาชิกครัวเรือน และรายจ่ายในการลงทุน ที่สอดคล้องกับทฤษฎีพื้นฐาน นั่นคือ รายได้หรือผลได้จากการผลิตเกษตรขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ดิน แรงงาน และทุน เป็นหลัก ทั้งนี้ การวิเคราะห์ในรายละเอียดได้นำสู่ข้อสรุปที่เป็นประเด็นและแนวทางการพัฒนาเฉพาะเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม (แผนภูมิ ก.) และการจัดทำข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อลดภาวะความยากจนของเกษตรกรบนพื้นที่สูงสามแผน (แผนภูมิ ข)
โครงการที่เสนอนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่แนวทางการพัฒนาที่สามารถช่วยสนองตอบทั้งสามแผนยุทธศาสตร์ คือ แนวทางการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดถึงทรัพย์สินทางธรรมชาติหรือพันธุกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยทุน ให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่สังคม ชุมชน และครัวเรือน
ความสำคัญของโครงการนี้ อยู่ที่เหตุผลที่ว่า องค์ความรู้ ภูมิปัญญาต่าง ๆ พันธุกรรมพืช – สัตว์ ตลอดจนทรัพย์สินทางธรรมชาติ เช่น ระบบนิเวศ และทรัพย์สินที่สร้างขึ้น เช่น ป่าที่เป็นแหล่งดูดซึมคาร์บอน ถาวรวัตถุทางศาสนา วัฒนธรรมโบราณคดี ล้วนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สามารถเก็บ ดำรงเป็นทรัพย์สินที่อาจเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพหรือถูกลักขโมยได้ ในขณะเดียวกันทรัพย์สินเหล่านี้สามารถได้รับการจัดการให้กลายเป็นทุนและสร้างสรรค์ให้มีมูลค่าเพิ่มได้
สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเกษตรกรรมและเกษตรกรบนพื้นที่สูงมากที่สุด ได้แก่ ทรัพยากรพันธุกรรมพื้นเมืองหรือท้องถิ่น ผนวกกับภูมิปัญญาเดิมที่เกี่ยวข้อง เช่น แหล่งการใช้ประโยชน์และการบำรุงรักษา ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะสูญหายไป ไม่ว่าโดยสาเหตุจากภายในท้องถิ่นหรือประเทศ หรือถูกบรรษัทข้ามขโมยทำประโยชน์ โดยเฉพาะพันธุ์พืชที่เป็นแหล่งพันธุกรรมสำหรับปรับปรุงพันธุ์เพิ่มผลผลิตเพื่อเผชิญภาวะคุกคามด้านความมั่นคงทางอาหาร และภาวะสุขภาพ ทั้งนี้ การพัฒนาทรัพยากรชีวภาพให้เป็นทรัพย์สินและทุนของชุมชน จะต้องมีความเข้าใจในกฎหมายและหลักเกณฑ์ในการประกาศความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง (ปัญญา) และมีรูปร่าง (กายภาพ) โดยเฉพาะ พรบ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ดังที่ว่า “การคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นให้ได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาพืชพันธุ์ใหม่ที่อาศัยสายพันธุ์พืชที่มาจากพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ชุมชนอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมืองของตน”
ทั้งนี้จะสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของแผน 10 กล่าวคือ “โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญ เริ่มจากการจัดการองค์ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันการคุ้มครองทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพจากการคุกคามภายนอก โดยเฉพาะจากพันธกรณีระหว่างประเทศสร้างระบบคุ้มครองสิทธิชุมชน และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม ส่งเสริมการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพในการสร้างความมั่นคงของภาคเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถและสร้างนวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ”
แม้ว่ากรณีทรัพยากรพันธุกรรมไม่น่าพร้อมทั้งในแง่องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนักวิชาการที่จะเข้ามาวางแผนพัฒนาในระดับนโยบายสำหรับพื้นที่สูง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องทำโดยเร็วเพราะมีประวัติศาสตร์และประสบการณ์การสูญเสียของประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศแล้ว รวมถึงกรณี เปล้าน้อย และกวาวเครือของประเทศไทย ในขณะที่ทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวหรือประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรมอื่น ๆ ถ้าพบก็อาจพัฒนาได้ อย่างไรก็ตามทรัพยากรพันธุกรรมในแง่ภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นมีอยู่ในทุกชนเผ่า และยังไม่สูญหายไป มีหลักฐานเอกสารค่อนข้างกระจัดกระจาย ดังนั้น จึงเป็นไปได้ในการรวบรวมและจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่แล้วประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ และประเมินความเป็นไปได้ในการจดลิขสิทธิ์ในทรัพยากรหรือทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละเรื่อง
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อทบทวนรายงาน และวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา
2.เพื่อสำรวจพื้นที่เป้าหมาย รวบรวมและจัดกลุ่มข้อมูลของทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรชีวภาพ และแหล่งทรัพย์สินอื่นๆ ให้เป็นหมวดหมู่
3. เพื่อประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจและประเมินความเป็นไปได้ของทรัพย์สินทางปัญญาแยกแต่ละพื้นที่ประจำปี
4. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาในเชิงรุกที่จะดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพย์สินที่มีศักยภาพตามความเหมาะสม ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน
ขอบเขต : ทบทวนรายงาน วรรณกรรม เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา และสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่โครงการหลวงและพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง อย่างน้อย 11 แห่ง เพื่อรวบรวมและจัดข้อมูลของทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพยากรชีวภาพ และแหล่งทรัพย์สินอื่นๆ ให้เป็นหมวดหมู่ และกำหนดกลุ่มของทรัพย์สินทางปัญญาและแหล่งที่มีศักยภาพ โดยประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจและประเมินความเป็นไปได้ในการจดสิทธิบัตร การขึ้นทะเบียนทรัพยากรหรือทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องต่างๆ แยกแต่ละเรื่อง ใน 11 พื้นที่ข้างต้น และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาในเชิงรุกเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับทรัพย์สินทางปัญญาใน 11 พื้นที่ดังกล่าว
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: ชุมชนบนพื้นที่สูง มีโอกาสในการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาทรัพย์สินทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนในเชิงพาณิชย์ โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นให้ได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาพืชพันธุ์ใหม่ที่อาศัยสายพันธุ์พืชที่มาจากพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ชุมชนอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมืองของตน และเกิดการพึ่งพาตนเอง และมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน จากการพัฒนาทรัพย์สินทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนบนพื้นที่สูงแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้มีการฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ
forced gay sex stories click free erotic adult stories
เอกสารอ้างอิง :
สรุปผลการวิจัย :
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ : พบ 2 รายการ   
ชื่อนักวิจัยตำแหน่งในโครงการสัดส่วนปริมาณงาน (%)
 น.ส.สายทอง อินชัย ผู้ประสานงานโครงการ 0.00
 นายรุจ ศิริสัญลักษณ์ หัวหน้าโครงการวิจัย 0.00
 
ลิขสิทธิ์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
สารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
โครงการวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง: พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ