ข้อมูลงานวิจัย
 
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้
ชื่อโครงการ (ภาษาภาษาอังกฤษ) : Research and Development on Supporting Economic Tree Planting for Rural Farmer
ปีงบประมาณที่เสนอขอ : 2553
ยุทธศาสตร์ :
แผนงาน :
คำสำคัญ (Keywords) : ป่าสร้างรายได้
ระยะเวลาดำเนินโครงการ : 12 มกราคม 2010  ถึง 30 กันยายน 2010
สถานะ : กำลังดำเนินการวิจัย
งบประมาณทั้งโครงการ : 1,550,000.00 บาท
เงินสนับสนุนโครงการ : -
 
พื้นที่ดำเนินการ : -
 
บทคัดย่อ(ภาษาไทย) : การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้ เป็นการดำเนินการวิจัยร่วมกับการทำกิจกรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แสดงความเห็นและเกิดความเข้าใจถึงวิธีการดำเนินการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากที่เคยทำการเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชระยะสั้นในพื้นที่ต้นน้ำเสื่อมโทรมที่มีความลาดชัน มาเป็นการปลูกป่าด้วยไม้ชนิดต่างๆ โดยเน้นในการดำเนินการที่วางกรอบไว้ว่า เกษตรกรที่ร่วมปลูกป่าต้องมีการดำเนินในรูปแบบที่ถูกกฎหมาย เลือกชนิดไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก มีแนวทางในการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการทางด้านวนวัฒนวิทยา รูปแบบในการสร้างรายได้ในพื้นที่ปลูกในขณะที่รอคอยให้ต้นไม้เติบโต รวมถึงการตัดฟันไม้ที่ปลูกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ และสุดท้ายหาแนวทางในการใช้ประโยชน์ไม้ที่ได้ให้มีประสิทธิภาพได้มากที่สุด
จากการรวบรวมข้อมูลทั้งรายงานและการสัมมนา สามารถนำมาออกแบบเป็นแนวทางของแผนปฏิบัติการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ โดยแยกออกเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้ การจำแนกพื้นที่เพื่อนำมาดำเนินโครงการสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบที่ 1 พื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และแสดงการครอบครองพื้นที่อันประกอบไปด้วย โฉนด นส. 3 ก นค. 3 สปก. 4-01 และ สทก. ที่สามารถนำเอกสารไปขอรับการขึ้นทะเบียนสวนป่าได้เลย แบบที่ 2 พื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าสงวนแห่งชาติอยู่ จำเป็นต้องหาแนวทางขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้นและขอขึ้นทะเบียนสวนป่า และแบบที่ 3 พื้นที่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 A อาจต้องสร้างแนวทางในการจัดการพื้นที่เหล่านี้ในรูปแบบอื่นๆ ทั้งที่เป็นใช้ประโยชน์พื้นที่ด้วยการปลูกต้นไม้ร่วมกับการเพาะพืชทางการเกษตรกรรมเพื่อสร้างรายได้ ในขณะที่ต้นไม้ที่ปลูกอาจจำเป็นของค่าชดเชยในการฟื้นฟูจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ส่วนชนิดไม้ที่จะนำมาส่งเสริมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้ การใช้ประโยชน์ในระดับท้องถิ่น ระดับตลาดซื้อขายไม้ รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี การปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมาย จึงสามารถกล่าวได้ว่ามีชนิดไม้ที่จะส่งเสริม ประกอบด้วย ในพื้นที่ที่มีความสูงน้อยกว่า 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีชนิดไม้ที่จะส่งเสริมประกอบด้วย กลุ่มไม้มีค่า รอบตัดฟันยาว ได้แก่ ไม้สัก ประดู่ แดง ยางนา ยมหิน ยมหอม กลุ่มไม้โตเร็ว รอบตัดฟันสั้น ได้แก่ กระถินเทพา งิ้วป่าดอกแดง ซ้อ กระถินดอย จันทร์ทองเทศ การบูร และกลุ่มไม้อื่นๆ ได้แก่ ไผ่ซาง ไผ่รวกดำ ไผ่หวานอ่างขาง ไผ่เลี้ยง พื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางมีชนิดไม้ที่จะส่งเสริมประกอบด้วย กลุ่มไม้มีค่า รอบตัดฟันยาว ได้แก่ ไม้สนสามใบ สนแคริเบีย กลุ่มไม้โตเร็ว รอบตัดฟันสั้น ได้แก่ กระถินดอย จันทร์ทองเทศ การบูร เพาร์โลเนีย เมเบิลหอม ซ้อ และกลุ่มไม้อื่นๆ ได้แก่ ไผ่หวานอ่างขวาง ไผ่หยก ไผ่หก ไม้ตะใคร้ต้น และไม้อื่นๆ ที่เกษตรกรสนใจปลูก
การปลูกต้นไม้ในรูปแบบการปลูกต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูงนั้น สามารถดำเนินการได้ 3 รูปแบบ คือ การปลูกในรักษาเป็นสวนไม้ป่าที่มีความหนาแน่นมาก อาจเป็นชนิดเดียวล้วนหรือผสมกันมากกว่าหนึ่งชนิด โดยมีจำนวนต้นไม้ไม่น้อยกว่า 120 ต้นต่อไร่ การปลูกแบบวนเกษตรที่ใช้ไม้ป่าเพียงชนิดเดียวหรือมากกว่าหนึ่งชนิดเป็นประธานร่วมกับการปลูกพืชเกษตรที่เกษตรกรต้องการปลูกร่วม โดยมีไม้ป่าจำนวนไม่น้อยกว่า 100 ต้นต่อไร่ และการปลูกต้นไม้แบบผสมหลากหลายชนิด ทั้งรูปแบบที่เน้นการปลูกไม้ป่าร่วมกับไม้ผล อาทิ ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ฝรั่ง มะไฟจีน ขนุน เป็นต้น เพื่อให้ผู้ร่วมโครงการสามารถยังชีพจากพรรณไม้และพืชผลชนิดอื่นๆ ในระหว่างการรอให้ต้นไม้โตถึงรอบตัดฟันได้ ความหนาแน่นของหมู่ไม้ป่าในการปลูกในระยะแรกต้องมีไม้ป่าไม่น้อยกว่า 80 ต้นต่อไร่ เพื่อจะได้ทะยอยตัดสางต้นไม้ออกมาใช้ประโยชน์ สำหรับต้นไม้ที่จะอยู่จนครบรอบตัดฟัน
ขั้นตอนการส่งเสริมโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูงมีขั้นตอนต่างๆ ประกอบด้วย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กรมป่าไม้ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ตกลงร่วมกันในการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูง และกำหนดเขตพื้นที่ที่จะทำการส่งเสริม ทำความเข้าใจรูปแบบ และแนวทางเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกบุกรุกและไม่มีสภาพความเป็นป่าในทางนิเวศวิทยา เพื่อให้เกษตรกรผู้ครอบครองพื้นที่สามารถปลูกต้นไม้ และเมื่อต้นไม้ที่ปลูกโตแล้วสามารถนำไปขายสร้างรายได้ได้ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงการ ประชาสัมพันธ์และชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่ส่งเสริมรับทราบถึงวัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงานของโครงการ ผลประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ตลอดจนคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ และเงื่อนไขของโครงการ กลุ่มประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องดำเนินการจดทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่ากับหน่วยงานระดับจังหวัดของกรมป่าไม้ โดยเกษตรกรเจ้าของที่ดินรวมกลุ่มกัน ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองท้องส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในกรณีที่มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และเอกสารครอบครองตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนในกรณีที่ยังคงเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ให้ตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินป่าสงวนประเภทใด สามารถดำเนินการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อการฟื้นฟูป่าตามมาตรา 16 ทวิ หรือมาตรา 20 ของ พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ได้หรือไม่ โดยมี องค์กรปกครองท้องส่วนท้องถิ่น (อปท.) สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ร่วมกับกรมป่าไม้ และหน่วยงานราชการในระดับจังหวัด เป็นองค์กรสนับสนุนเพื่อดำเนินการขออนุญาตใช้ประโยชน์ จากนั้นดำเนินการตรวจสอบเอกสาร พร้อมแผนที่แสดงตำแหน่งของแปลงปลูกที่ขึ้นทะเบียน และสร้างรูปแบบการสนับสนุนเงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรเพื่อใช้ในการดำเนินการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ และสร้างความร่วมมือกับองค์กรจากภาคเอกชนที่สนใจสนับสนุนโครงการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในการช่วยเหลือในการลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่มีการส่งเสริม ประกอบการเพื่อให้ความรู้ในด้านการดูแลต้นไม้ที่ปลูก และหาแนวทางการสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นๆ อาทิ การปลูกพืชเกษตรควบในปลูกต้นไม้ในแต่ละปี จัดหาแหล่งรับผลผลิตที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปี โดยเป็นตัวประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เตรียมการฝึกฝนให้มีการใช้ประโยชน์จากไม้ที่ผลิตได้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการใช้เป็นไม้เพื่อพลังงาน ไม้เพื่อการสร้างสรรค์งานด้านหัตถกรรม และใช้ไม้เพื่อการก่อสร้างในชุมชนในรูปของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกไม้เพื่อสร้างรายได้
บทคัดย่อ(ภาษาอังกฤษ) :
ความเป็นมาโดยสรุป : การจัดการเพื่อการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ตามรูปแบบการปลูกต้นไม้สร้างรายได้บนพื้นที่สูงนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ต้องบูรณาการด้วยความรู้และการปฏิบัติที่หลากหลายและเป็นขั้นเป็นตอน การดำเนินการส่งเสริมการปลูกไม่สามารถกระทำได้ง่ายๆ ถ้าปราศจากแผนงานที่เป็นขั้นตอนในการปฏิบัติงาน และการขาดความเข้าใจของทุกภาคส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง กระบวนการจัดทำแผนการปฏิบัติงานที่ต้องดำเนินการในโครงการปลูกต้นไม้สร้างรายได้บนพื้นที่สูงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีแนวทางที่ต้องเริ่มตั้งแต่การวางกรอบการดำเนินงานให้ครอบคลุมในสิ่งที่ต้องการให้ได้มากที่สุด ทั้งในเนื้อหาการดำเนินงานและกรอบของพื้นที่ในการปฏิบัติงาน ต่อจากนั้นต้องนำข้อมูลในด้านต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานที่มีอยู่ในทุกด้านที่เป็นปัจจุบันมาร่วมพิจารณา ซึ่งในการในโครงการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่สูงนี้ มีข้อมูลที่จะต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อจัดทำแผนอยู่ในด้านต่างๆ ที่สำคัญๆ ประกอบด้วยกรอบข้อมูลด้านกฎระเบียบที่มีบังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้ดำเนินการ หรือรูปแบบการจัดการ หรืออำนาจหน้าที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น ประการที่สอง กรอบข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการปลูกต้นไม้ รูปแบบในการดูแลเพื่อให้ได้ผลผลิตตามเงื่อนไขที่ควรจะเกิดขึ้นตามกระบวนปฏิบัติตามโครงการ และประการที่สามกรอบด้านการจัดการองค์กร และการสร้างความเข้าใจกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่มีขั้นตอนในการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องกำหนดหน้าที่ในแต่ละภาคส่วนของโครงการในดำเนินงานไปพร้อมๆ กัน เพื่อยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมายที่ชัดเจน
สิ่งที่กล่าวมาแล้วนี้เป็นที่มาที่คณะผู้วิจัยต้องดำเนินการศึกษาวิจัย รวบรวมข้อมูลในช่องทางต่างๆ ทั้งจากเอกสาร ข้อมูลทางวิชาการ หรือโดยการสื่อสารผ่านการสัมมนากลุ่ม ทั้งเพื่อการนำเสนอโครงการ ทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อประสานการทำงาน การแก้ไขปัญหาที่เคยประสบมาในอดีต รวบรวมข้อมูล รวมถึงการร่วมกันพิจารณา และสุดท้ายคือการนำไปสรุปความเพื่อสร้างเป็นแผนปฏิบัติการของโครงการปลูกไม้สร้างรายได้บนพื้นที่สูงขึ้นมา ซึ่งคาดหวังว่าจะมีความพร้อมที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในการผลสำเร็จได้จริงภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่
my wife cheated on me with my father how to catch a cheat letter to husband who cheated
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย การปลูกป่าไม้ในพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเพื่อสร้างรายได้ ข้อกฎหมาย และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งโครงการปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้ที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
2) เพื่อจัดทำกรอบ แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้ และวิธีปฏิบัติสำหรับเกษตรกร ที่สอดคล้องกับข้อกฎหมาย และนโยบายของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
3) เพื่อคัดเลือกและเสนอแนะชนิดไม้ รวมทั้งพัฒนาวิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติในการปลูกและดูแลรักษาป่าไม้ในพื้นที่ทำกินของเกษตรกรบนพื้นที่ลาดชัน
kristens adult stories read malayalam pdf sex stories
ขอบเขต : 1) ศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของชนิดไม้เศรษฐกิจในประเทศไทย ในด้านข้อมูลการเจริญเติบโตของไม้ ต้นทุนและผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจของชนิดไม้ในแต่ละปี การนำไม้มาใช้ประโยชน์ ความต้องการของตลาดของไม้แต่ละชนิด และแนวโน้มความต้องการไม้ในอนาคตของในประเทศและต่างประเทศ
2) ศึกษากฎหมาย ระเบียบวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ ข้อเสนอแนะและทางออกเกี่ยวกับสิทธิและความเป็นเจ้าของของต้นไม้ที่ปลูกขึ้นทั้งในที่ดินที่เป็นของรัฐ และของเอกชน รวมทั้งข้อปฏิบัติหรือแนวทางการสนับสนุนด้านเงินทุนและองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นหลักประกันการปลูกป่าของเกษตรกร
3) ศึกษาข้อมูลธุรกิจการปลูกไม้โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของสมาชิก ระบบการตลาดทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ปัจจัยเสี่ยงของการปลูกป่าและผลตอบแทนในอนาคต เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาการปลูกไม้เพื่อสร้างรายได้
4) รวบรวมข้อมูลชนิดไม้เศรษฐกิจที่มีการวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงโดยเน้น 3 โครงการหลัก คือ โครงการทดสอบชนิดไม้ที่เหมาะสมในการปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมบนที่สูง โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โครงการป่าชาวบ้าน และข้อมูลจากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
5) ศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากการปลูกไม้ชนิดต่างๆ เพื่อสร้างรายได้
6) วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้จากการปลูกป่าบนพื้นที่สูงที่สอดคล้องกับข้อกฎหมาย และนโยบายของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: มีองค์ความรู้ที่เกษตรกรยอมรับ เกี่ยวกับชนิดไม้ วิธีการเพาะปลูกและดูแลรักษาไม้ยืนต้น ในพื้นที่ทำกินของเกษตรกร เพื่อสร้างรายได้แก่ครัวเรือน และเพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากไม้ของชุมชน ซึ่งแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้
1) มีข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาเงื่อนไขทางด้านกฎหมาย ระบบวนวัฒน์ ระบบนิเวศน์ การตลาด สำหรับสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้
2) มีข้อเสนอแนะแนวทางสำหรับแหล่งทุนในการดำเนินการสนับสนุนการปลูกป่าของเกษตรกร
3) มีข้อมูลสำหรับสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยหันมาปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้และรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
kristens adult stories tolobel.com malayalam pdf sex stories
เอกสารอ้างอิง :
สรุปผลการวิจัย : จากผลการศึกษาเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าไม้เพื่อสร้างรายได้ดังกรอบที่ได้วางไว้ โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเป็นหน่วยงานที่คอยสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่องนั้น สามารถดำเนินการได้โดยเลือกส่งเสริมในพื้นที่ที่มีเอกสารแสดงสิทธิ์ในการครอบครองทางกฎหมายรูปแบบต่างๆ เลือกชนิดที่มั่นใจว่าโตเร็วและสามารถใช้ประโยชน์ได้ และต้องมีการใช้ประโยชน์ร่วมในพื้นที่ที่ปลูกป่าไม้ด้วยการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ในช่วงที่ดูแลต้นไม้ให้เติบโต
การปลูกต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูง มีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกับโครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจของกรมป่าไม้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ปลูกต้นไม้นั้นสามารถตัดฟันไม้ไปใช้ประโยชน์ในทางตรงได้ เพื่อให้ไม้ที่ปลูกมีมูลค่ากับตัวผู้ปลูกเอง และในขณะที่ที่ต้นไม้ดำรงชีวิตอยู่ในแปลงปลูกยังรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมให้มีสภาพที่ดี และสมดุลอยู่ตลอดเวลา และในช่วงเวลาที่รอคอยการใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูกสามารถสร้างรายได้จากพื้นที่ปลูกป่าไม้ของตนในการสร้างรายได้จากพืชชนิดอื่นๆ ในพื้นที่ว่างที่ขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มของแสงในพื้นที่ของแปลงปลูกป่าไม้เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการปลูกต้นไม้ในรูปแบบการปลูกต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูงนั้นจะยังสามารถยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของเกษตรกรด้วย ทั้งในด้านชนิดไม้ที่เลือกปลูก และปริมาณความหนาแน่นของต้นไม้ที่ปลูก หรือกล่าวโดยสรุป คือ การปลูกต้นไม้สร้างรายได้นั้น สามารถดำเนินการได้ 3 รูปแบบ คือ การปลูกในรักษาเป็นสวนไม้ป่าที่มีความหนาแน่นมาก อาจเป็นชนิดเดียวล้วนหรือผสมกันมากกว่าหนึ่งชนิด โดยมีจำนวนต้นไม้ไม่น้อยกว่า 120 ต้นต่อไร่ การปลูกแบบวนเกษตรที่ใช้ไม้ป่าเพียงชนิดเดียวหรือมากกว่าหนึ่งชนิดเป็นประธานร่วมกับการปลูกพืชเกษตรที่เกษตรกรต้องการปลูกร่วม โดยมีไม้ป่าจำนวนไม่น้อยกว่า 100 ต้นต่อไร่ และการปลูกต้นไม้แบบผสมหลากหลายชนิด ทั้งรูปแบบที่เน้นการปลูกไม้ป่าร่วมกับไม้ผล อาทิ ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ฝรั่ง มะไฟจีน ขนุน เป็นต้น เพื่อให้ผู้ร่วมโครงการสามารถยังชีพจากพรรณไม้และพืชผลชนิดอื่นๆ ในระหว่างการรอให้ต้นไม้โตถึงรอบตัดฟันได้ ความหนาแน่นของหมู่ไม้ป่าในการปลูกในระยะแรกต้องมีไม้ป่าไม่น้อยกว่า 80 ต้นต่อไร่ เพื่อจะได้ทยอยตัดสางต้นไม้ออกมาใช้ประโยชน์ สำหรับต้นไม้ที่จะอยู่จนครบรอบตัดฟัน
เนื่องจากที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตพื้นฐานของการปลูกต้นไม้ ประเทศไทยได้มีรูปแบบการจำแนกที่ดินตามสิทธิการถือครองหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นเจ้าของต้นไม้และการใช้ประโยชน์ไม้ในอนาคต เมื่อพิจารณาตามแนวทางการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ อาจจำแนกประเภทที่ดินในโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูงออกเป็น 3 กลุ่ม (ภาพที่ 2) ดังนี้
1) ที่ดินที่สามารถขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าตาม พรบ. สวนป่า พ.ศ. 2535 อันได้แก่
(1) ที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
(2) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ได้แก่ น.ส. 3, น.ส.3 ก และ น.ส. 3 ข
(3) ที่ดินที่มีหนังสือของทางราชการรับรองว่าอยู่ในระยะเวลาที่อาจขอรับโฉนดที่ดิน หรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ได้แก่ น.ค. 3 และ ก.ส.น. 5
(4) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่มีหลักฐานการอนุญาต ได้แก่ ส.ป.ก. 4-01 สัญญาเช่า และสัญญาเช่าซื้อ
(5) ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติให้บุคคลเข้าไปทำการปลูกป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเข้าทำการปลูกสร้างสวนป่า หรือไม้ยืนต้นในเขตป่าเสื่อมโทรม ได้แก่ สทก. 1 ข (สิทธิ์ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ) และหนังสืออนุญาตตามมาตรา 20 แบบ ป.ส. 31
อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนสวนป่า ไม่สามารถดำเนินการได้ หากไม่ได้ปลูกไม้สักหรือไม้ยาง (ในที่ดินที่มีโฉนดและที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์) ซึ่งอาจสร้างปัญหาต่อโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูง เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดความหลากหลายในการปลูกต้นไม้ จึงไม่เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้บนพื้นที่สูง ดังนั้น ในระหว่างการรอที่จะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติสวนป่านั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการชั่วคราว เพื่อให้กรมป่าไม้ออกระเบียบของกรมป่าไม้รับจดทะเบียนสวนป่าสำหรับการปลูกไม้ทุกชนิด รวมทั้งให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2533 ที่ให้ระงับการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ปลูกป่าตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
2) ที่ดินที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าตาม พรบ. สวนป่า พ.ศ. 2535 อันได้แก่ ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติให้บุคคลเข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ สทก. (สิทธิทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ) ตามแบบ สทก. 1 ก และ สทก. 2 ก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและการครองชีพจะอนุญาตได้ไม่เกิน 20 ไร่นั้น หากมีการปลูกต้นไม้และประสงค์ที่จะตัดไม้ออก จะต้องดำเนินการขออนุญาตตาม พรบ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในกรณีที่เป็นไม้หวงห้าม หรือ พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในกรณีที่ไม่ใช่ไม้หวงห้าม ซึ่งกระบวนการในการขออนุญาตจะยุ่งยากกว่า พรบ. สวนป่า พ.ศ. 2535 การปลูกต้นไม้บนที่ดินประเภทนี้จึงควรมุ่งเน้นการปลูกเพื่อการอนุรักษ์มากกว่าการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์เนื้อไม้
3) พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่เขตจำแนกเพื่อการอนุรักษ์ (C) หรืออุทยานแห่งชาติที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ หรือที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถตัดฟันได้ เนื่องจากผู้ปลูกไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินจึงไม่ได้เป็นเจ้าของต้นไม้ การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ประเภทนี้ รัฐจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และสภาพแวดล้อม รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ รัฐจึงควรจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ปลูกตามมูลค่าของต้นไม้เมื่อครบรอบตัดฟัน
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ : พบ 2 รายการ   
ชื่อนักวิจัยตำแหน่งในโครงการสัดส่วนปริมาณงาน (%)
 นายสคาร ทีจันทึก หัวหน้าโครงการวิจัย 0.00
 นายเกรียงไกร เพาะเจริญ ผู้ประสานงานโครงการ 0.00
 
ลิขสิทธิ์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
สารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
โครงการวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง: พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ